ด้วยตัวอย่างจริง ที่ไม่ต้องตีความเยอะ!
💡 Use Case คืออะไร?
“Use Case” คือ การอธิบายสิ่งที่ผู้ใช้งานทำกับระบบ และ ระบบตอบสนองยังไง
ถ้าให้เปรียบ… Use Case คือ บทละครสั้น ระหว่าง “คน” กับ “ระบบ”
ใครแสดงอะไร, ระบบตอบกลับยังไง, จบฉากเมื่อไหร่ = อยู่ใน Use Case หมด
🎭 ส่วนประกอบของ Use Case ที่ควรรู้
| องค์ประกอบ | คืออะไร? |
|---|---|
| Actor | คนหรือสิ่งที่ใช้งานระบบ (เช่น ลูกค้า, พนักงาน, ระบบภายนอก) |
| Use Case Name | ชื่อกิจกรรม เช่น “สมัครสมาชิก”, “จ่ายเงิน” |
| Main Flow | ขั้นตอนปกติที่เกิดขึ้น เมื่อทุกอย่างราบรื่น |
| Alternative / Exception Flow | กรณีผิดพลาด เช่น ใส่รหัสผิด, ระบบล่ม |
| Precondition | เงื่อนไขก่อนจะเริ่มได้ |
| Postcondition | ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้ ถ้าทำครบ |
🍜 ตัวอย่าง Use Case จริง:
“ลูกค้าสั่งก๋วยเตี๋ยวผ่านแอป”
| Use Case | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่อ | สั่งก๋วยเตี๋ยวผ่านแอป |
| Actor | ลูกค้า |
| Precondition | ลูกค้าต้องเข้าสู่ระบบก่อน |
Main Flow
- ลูกค้าเลือกเมนู
- ใส่ระดับความเผ็ด, เพิ่มลูกชิ้น
- กด “สั่งซื้อ”
- ระบบยืนยันคำสั่ง
- ส่งข้อมูลเข้าครัว
- ถ้าไม่เลือกเมนู → ระบบแสดงแจ้งเตือน
- ถ้าอินเทอร์เน็ตหลุด → ขึ้น “ลองใหม่”
- คำสั่งซื้อถูกบันทึก และแจ้งเวลาโดยประมาณให้ลูกค้า
🔍 แล้ว Use Case ต่างจาก Flow ยังไง?
| Use Case | Flow Diagram |
|---|---|
| เน้น “ใคร ทำอะไร กับระบบ” | เน้น “ลำดับเหตุการณ์” ทั้งระบบ |
| เหมาะกับการเก็บ requirement | เหมาะกับการออกแบบระบบหลังบ้าน |
| อธิบายเป็นคำพูด/ขั้นตอน | วาดเป็นแผนภาพ (Swimlane, BPMN) |
🧠 Tips เขียน Use Case ให้น่าอ่าน
- ✅ เขียนเป็น Step สั้น ๆ ไม่เกิน 5–7 ขั้นตอน
- ✅ ใช้ “คำกริยา + กรรม” เช่น “ลูกค้าเลือกเมนู”, “ระบบยืนยันคำสั่งซื้อ”
- ✅ อย่าลืมเขียน Alternate Flow (กรณีพลาด!)
- ✅ ทำหลาย ๆ Use Case แล้ววาดรวมใน Diagram จะเห็นภาพใหญ่ชัดเจน









