หากคุณเคยได้ยินคำว่า Design Pattern แล้วรู้สึกเหมือนเจอคำศัพท์ของนักพัฒนาโค้ด… ไม่ต้องตกใจ!
จริง ๆ แล้ว Design Pattern คือ “ทางลัด” หรือ “สูตรสำเร็จ” ที่นักพัฒนาระบบใช้เพื่อแก้ปัญหาซ้ำ ๆ ที่เจอในการออกแบบซอฟต์แวร์
แล้วทำไม SA (System Analyst) อย่างเราต้องรู้จัก?
เพราะบางครั้งเราต้องทำการ แปลความต้องการของลูกค้า และแนะนำทางออกที่ดีให้กับทีม Dev ซึ่ง Design Pattern ช่วยให้เรามีเครื่องมือในการพูดคุยที่ชัดเจนและเข้าใจง่าย
วันนี้เราจะมาทำให้ Design Pattern ไม่ยากอีกต่อไปใน 5 นาที!
🏠 1. เริ่มต้นที่คำถามง่าย ๆ
Design Pattern คือ รูปแบบการออกแบบ ที่ช่วยให้นักพัฒนาแก้ปัญหาที่ซ้ำ ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราเคยเจอปัญหาว่า “จะทำยังไงดีถ้าต้องสร้าง object หลายตัวจาก class เดียวกันหลายครั้ง?”
Solution? Factory Pattern ครับ!
Design Pattern แบ่งออกเป็น 3 หมวดหลัก:
- Creational Patterns (เกี่ยวกับการสร้าง object)
- Structural Patterns (เกี่ยวกับการจัดการโครงสร้าง)
- Behavioral Patterns (เกี่ยวกับการสื่อสารและการจัดการพฤติกรรม)
🛠️ 2. Creational Patterns (สร้าง object)
ตัวอย่างที่สำคัญที่สุดคือ Singleton Pattern และ Factory Pattern
- Singleton Pattern: ใช้เมื่อคุณต้องการให้มีแค่ instance เดียวของ object เช่น Database Connection ที่ต้องแชร์กันทั่วทั้งระบบ
- Factory Pattern: ใช้เมื่อคุณต้องการสร้าง object แบบที่ไม่ต้องรู้รายละเอียดเกี่ยวกับ class ของมัน เช่น “สร้าง shape ที่เป็นรูปวงกลมหรือสี่เหลี่ยมตามคำสั่ง”
ทำไม SA ต้องรู้?
ถ้าลูกค้าบอกว่า “ระบบต้องรองรับหลายประเภทของข้อมูล” SA จะต้องเลือกใช้ Factory Pattern ในการออกแบบ solution
🏗️ 3. Structural Patterns (จัดการโครงสร้าง)
- Adapter Pattern: ช่วยให้ 2 ระบบที่ไม่เข้ากันสามารถทำงานร่วมกันได้ เช่น ระบบที่ใช้ไฟล์ CSV แต่ต้องส่งข้อมูลไปยังระบบที่ใช้ JSON
- Composite Pattern: ใช้เมื่อเราต้องการจัดการกลุ่ม object ที่เป็นแบบ tree structure เช่น ระบบที่มีหลายประเภทของ component แต่ต้องการจัดการเหมือนกับเป็น object เดียว
ทำไม SA ต้องรู้?
เวลาออกแบบระบบที่ต้องรวมหลาย ๆ ระบบเข้าด้วยกัน Adapter Pattern จะเป็นคำตอบในการเชื่อมระบบเข้าด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
🧠 4. Behavioral Patterns (พฤติกรรมของระบบ)
- Observer Pattern: ใช้เมื่อระบบต้องการให้หลาย ๆ object รับรู้เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในอีก object หนึ่ง เช่น ระบบแจ้งเตือน
- Strategy Pattern: ใช้เมื่อเราต้องการเปลี่ยนพฤติกรรมของ object ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขบางประการ เช่น เปลี่ยนกลยุทธ์การคำนวณราคาของสินค้าในช่วงเทศกาล
ทำไม SA ต้องรู้?
หากลูกค้าบอกว่า “ระบบนี้ต้องมีการแจ้งเตือนเมื่อข้อมูลเปลี่ยนแปลง” เราอาจใช้ Observer Pattern เพื่อทำให้ระบบรู้สึกเหมือนอัจฉริยะ
5. ทำไม SA ต้องรู้ Design Pattern?
- ช่วยให้การสื่อสารกับ Dev Team ชัดเจนขึ้น
เมื่อเราพูดถึง Design Pattern เช่น Factory หรือ Observer ทุกคนจะเข้าใจทันทีว่าเรากำลังพูดถึงอะไร - ทำให้การออกแบบระบบง่ายขึ้น
แทนที่จะคิดทางออกจากศูนย์ เราสามารถใช้ pattern ที่มีอยู่แล้วเพื่อแก้ปัญหาที่คล้าย ๆ กันได้ - ทำให้โค้ดยืดหยุ่นและบำรุงรักษาง่าย
การใช้ pattern จะช่วยให้โค้ดสามารถปรับเปลี่ยนได้ง่ายในอนาคต

ใส่ความเห็น