พูดง่าย ๆ คือ การไปเก็บโจทย์ ให้ชัดก่อนลงมือสร้างระบบ—จะถาม, จะสังเกต, จะเวิร์กช็อปอะไรก็ได้ ขอแค่ได้คำตอบว่า “ระบบต้องทำ อะไร ให้ ใคร ภายใต้ข้อจำกัดไหน”
ทำไมต้อง Elicitation?
กัน ระบบหลงทาง : ทำเสร็จแล้วใช้ไม่ได้ เพราะเข้าใจกันคนละอย่าง
ลด งบบาน/เดดไลน์ล่ม : เจอ requirement แอบแฝงช้า = ต้องแก้โค้ดแพง
สร้าง ความไว้ใจ : ทุกฝ่ายรู้สึก “เสียงฉันมีค่า”—ยอมจับมือเดินไปทางเดียวกัน
ตัวอย่างแบบไทย ๆ
- “แอปจองคิวร้านก๋วยเตี๋ยว”
สัมภาษณ์เจ้าของร้าน
คำถาม: “เวลาคนแน่นสุดกี่โมง?”
Insight: ช่วงพักเที่ยง 11.30‑13.00 ลูกค้า Work‑From‑Office แห่กันมา → ต้องมีระบบคิวล่วงหน้าภายใน 2 ชั่วโมง
สังเกตคนกิน
เห็นว่าคนไทยชอบ “เพิ่มลูกชิ้น‑ใส่ถั่ว” ต่างกัน → แอปต้องมีช่อง “โน้ตพิเศษ” ต่อจาน
เวิร์กช็อปกับพนักงาน
ให้เสิร์ฟ ลวกเส้น และเก็บเงินลองจำลอง flow บนไวท์บอร์ด → เจอ Pain point “ตอนคิดเงินรวมเส้นเล็ก/ใหญ่สับสน”
สรุป: ระบบต้องแยกประเภทเส้น + มีปุ่มรวมราคาด่วน (กรณี ประเภทเส้นราคาต่างกันนะ )
ผลลัพธ์: ได้ Requirement ว่า
- ลูกค้าสามารถจองคิวล่วงหน้า ≤ 2 ชม.
- จานหนึ่งมี field “หมายเหตุพิเศษ” 100 ตัวอักษร
- ฝั่งพนักงานมีปุ่ม “คิดเงินทันที” + สรุปยอดแยกตามชนิดเส้น
เทคนิคง่าย ๆ เวลา Elicit แบบบ้าน ๆ
| เทคนิค | ทำยังไง | เหมาะเมื่อ… |
|---|---|---|
| ถาม 5 ทำไม (5 Whys) | ไล่ถาม “ทำไม?” ซ้ำ ๆ จนเจอต้นเหตุจริง | เจอ requirement กว้าง ๆ เช่น “อยากให้เร็ว” |
| เลียนแบบชีวิตจริง (Shadowing) | นั่งข้าง ๆ ดูเค้าทำงาน 1 วัน | งานที่ผู้ใช้บอกไม่หมด (เช่น flow กระดาษ) |
| Mind‑map เจาะร่วมกัน | วาดกิ่ง keyword แล้วให้ทุกคนต่อยอด | ต้องการภาพรวมก่อนลงรายละเอียด |
| Story Card Game | แจก Post‑it ให้ทุกฝ่ายเขียน “ฉันต้องทำอะไร” แล้วเรียงเส้นเวลา | กลุ่มใหญ่ หลายแผนก |

ใส่ความเห็น