💡 คำจำกัดความแบบบ้าน ๆ
| คำย่อ | ย่อมาจาก | คือใครในโปรเจกต์ |
|---|
| BA | Business Analyst | “ล่ามธุรกิจ” ที่เข้าใจโจทย์จากฝั่ง User / ลูกค้า แล้วแปลงเป็น Requirement |
| SA | System Analyst | “นักออกแบบระบบ” ที่แปลง Requirement ให้กลายเป็น Flow, Data, Spec ที่ Dev สร้างได้จริง |
🎯 เปรียบเทียบแบบเห็นภาพ
| หัวข้อ | BA | SA |
|---|
| โฟกัสหลัก | ความต้องการของธุรกิจ | โครงสร้างของระบบ |
| ทำงานกับใคร | User, Stakeholder, PM | Dev, Tester, Architect |
| ผลลัพธ์หลัก | BRD, Use Case, Scope | Flow, DFD, ERD, SRS |
| ถนัดเรื่อง | การฟัง, ตั้งคำถาม, สื่อสาร | การคิดแบบระบบ, เชื่อมโยงข้อมูล |
| เครื่องมือ | Excel, Miro, Notion | Draw.io, DB Designer, Postman |
| คำถามที่เจอบ่อย | “ทำไมถึงต้องมีระบบนี้?” | “ข้อมูลวิ่งจากไหนไปไหน?” |
🍜 ตัวอย่างแบบไทย ๆ: ระบบจองคิวโรงอาหาร
| ขั้นตอน | BA ทำอะไร | SA ทำอะไร |
|---|
| 1. สัมภาษณ์ User | คุยกับนักเรียน-พนักงาน: อยากให้ระบบช่วยอะไร | – |
| 2. เก็บ Requirement | สรุปว่า “อยากจองล่วงหน้า”, “ไม่อยากรอคิว” | – |
| 3. วาง Use Case | เขียนว่ามีผู้ใช้ “จองคิว”, “ดูสถานะ”, “ยกเลิก” | เริ่มออกแบบ Flow → ใครทำอะไร เมื่อไหร่ |
| 4. วางระบบ | – | วาด DFD, ออกแบบฐานข้อมูล, คุยกับ Dev |
| 5. ส่งเอกสาร | สรุป BRD ส่งให้ทีม | สรุป SRS + Diagram ส่งให้ Dev |
✅ แล้วใครสำคัญกว่า?
คำตอบคือ “ทั้งคู่ต้องมี” เพราะ…
- ถ้ามีแต่ BA → เข้าใจธุรกิจ แต่ระบบใช้ไม่ได้
- ถ้ามีแต่ SA → ระบบเทพ แต่ไม่ตอบโจทย์จริง
💡 ในบางทีม (เช่น โปรเจกต์เล็ก) → คนเดียวอาจรับบททั้ง BA + SA ก็ได้
แต่ต้อง “สลับหมวก” ให้เป็น!
ใส่ความเห็น