SA (System Analyst) คือใคร?

และทำไม “ขาดไม่ได้” ในทุกโปรเจกต์ไอที

ลองจินตนาการ… มีสะพานหนึ่งทอดข้ามระหว่าง “ฝั่งลูกค้า” ที่พูดภาษา ธุรกิจ กับ “ฝั่งนักพัฒนา” ที่พูดภาษา โค้ด
ถ้าขาดสะพานนี้ — สองฝั่งก็ไม่มีวันเข้าใจตรงกัน!
สะพานนั้นเองคือ System Analyst (SA)

สรุปสั้น ๆ: SA ทำอะไรในหนึ่งประโยค?

แปล ความต้องการธุรกิจให้กลายเป็น สเปคเทคนิค ที่ Dev สร้างได้จริง — แล้วคอย ประสาน ให้ทุกฝ่ายเดินไปทางเดียวกัน”

หมวก 4 ใบที่ SA ใส่สลับทั้งวัน

หมวกทำอะไรบ้างตัวอย่างในชีวิตจริง
นักสืบ (Requirement Detective)ถามคำถาม, ขุด pain point, จับ requirement ที่ซ่อนอยู่ทำ “Interview Bingo” ชวนผู้ใช้เล่าปัญหาก่อนจะกลายเป็นฟีเจอร์ใหม่
นักเล่าเรื่อง (Storyteller)เขียน Use‑Case, User Story, Wireframe ให้ทีมเห็นภาพเดียวกันวาด journey map ลูกค้าเข้าเว็บ e‑commerce จาก “เลือกสินค้า → ชำระเงิน”
สถาปนิกระบบ (System Designer)แปลง requirement เป็น DFD, ER‑Diagram, API Specออกแบบ ER‑D ว่า “ตะกร้าสินค้า” ผูกกับ “คำสั่งซื้อ” ยังไง
ผู้ไกล่เกลี่ย (Mediator)ประชุมประสาน Dev, QA, PO, ฝ่ายบัญชี ฯลฯจัด workshop “3 ไฟจราจร” ให้ทุกฝ่ายโหวตฟีเจอร์ที่ต้องทำก่อน

5 เหตุผลที่ไม่มี SA แล้วโปรเจกต์(มักจะ)พัง

  1. Requirement หลุมดำ
    ไม่มีคนถาม “แล้วถ้า … ล่ะ?” ผลคือ Dev ทำเสร็จแต่ใช้ไม่ได้จริง

2.งบ–เวลา บวม
เปลี่ยนสเปกระหว่างทางเพราะคุยไม่ครบตั้งแต่ต้น → ค่าใช้จ่ายพุ่ง

3. Dev vs. User ยกพวกตีกัน
SA คือกรรมการที่ฟังได้ทุกภาษา ลดดราม่า “ทำไมไม่ทำให้แบบนี้!”

4.เอกสารขาด–ต่อไม่ติด
SA เก็บ “ความรู้ระบบ” ไว้เป็นแผนที่ (Spec + Diagram) ใครมาใหม่ก็อ่านต่อได้

5.คุณภาพตก
ด้วย Test Case/Acceptance Criteria ที่ SA ช่วยวางล่วงหน้า ทำให้ QA ตรวจถูกจุด

Check‑List “คุณเหมาะเป็น SA ไหม?”

😎 ชอบ ตั้งคำถาม มากกว่าตอบทันที

🧩 สนุกกับ ต่อภาพใหญ่ จากจิ๊กซอว์หลายแผ่น

🗣️ พูดคุยกับ Dev, User, ผู้บริหาร แล้ว ปรับภาษา ให้เข้าใจกันได้

✍️ เขียน diagram/สรุปให้คนอ่านแล้วร้อง “อ๋อ!”

⚖️ ใจเย็น — รับแรงกดดันทั้งสองฝั่งได้

จำไว้: โปรเจกต์ไอทีไม่ล่มเพราะโค้ดเสมอไป
แต่มักล่มเพราะ “คนไม่เข้าใจกัน” — และนั่นคือเวทีของ System Analyst

Posted in